ติดหมอยกห้อง ตอนที่ 2

ติด “หมอ” ยกห้องแล้วไง ? ตอนที่ 2

จากกรณีข่าวเด็กนักเรียน ม.6 ของโรงเรียนดังแห่งหนึ่งย่านปทุมวันสอบติดคณะแพทย์ฯ  แบบแทบจะยกห้อง ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ด้วยความคิดเห็นและความรู้สึกที่หลากหลาย ในมุมมองและประเด็นที่ต่างกันไป

ในคราวที่แล้ว Meganerd ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งในโรงเรียนดังกล่าว (ใครยังไม่ได้อ่าน คลิก) ซึ่งทำให้เราได้ทราบความคิดเห็นจากฝั่งของเด็กร่วมสถาบันกันไปแล้ว แม้ช่วงนี้ กระแสเรื่องต่าง ๆ ของโรงเรียนดังกล่าวจะซาลงไปบ้าง เพราะผู้คนหันไปให้ความสนใจข่าวคราวของโรงเรียนอีกแห่งทางฝั่งสามย่านมากกว่า แต่เราก็อยากจะขอนำเสนอเรื่องนี้ไว้อีกซักตอน เพราะเชื่อว่าปีหน้าก็อาจจะเกิดสถานการณ์ประมาณนี้อีกตามเคย

เพื่อให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกับประเด็น ติด‘หมอ’ยกห้อง ได้ครบถ้วนและครอบคลุม มองเรื่องนี้ได้รอบด้านมากขึ้น ทีมงาน Meganerd จึงลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อสัมภาษณ์ผู้คนทั่วไปในสังคมว่าคิดเห็นยังไงบ้างกับเรื่องดังกล่าว มาลองอ่านดูไปพร้อมกันได้เลยครับ

(เช่นเคยครับ บทสัมภาษณ์นี้ถูกสมมุติขึ้น จึงไม่มีภาพถ่ายประกอบอีกแล้ว นายเข้าใจเรานะ)

 

MN: แนะนำตัวหน่อยครับ

สวัสดีครับ ผมชื่อประหยัด จันทร์อินทร์ชัย เรียกผมสั้น ๆ ว่าพี่ตู้ก็ได้ พี่ก็ทำงานเกี่ยวกับด้านการขนส่งและการติดต่อสื่อสาร เป็นวินมอเตอร์ไซค์อยู่ตรงหัวมุมถนนอังรีเนี่ยแหละ เป็นมาได้ 3 – 4 ปีแล้ว

MN: พี่ตู้พอจะทราบข่าวที่เด็กโรงเรียนแถวนี้เค้าสอบติดคณะแพทย์กันหมดทั้งห้องบ้างมั้ยครับ?

อ๋อ พี่ก็เห็นข่าวมันมาซักพักแล้วหนิ เห็นเค้าแชร์รูปแชร์ข่าวกัน ที่ว่าเด็กถ่ายรูปรวม แล้วมีเขียนไว้ว่าใครจะไปเรียนต่อที่ไหนอะไรใช่มั้ยล่ะ พี่อ่ะส่งเด็กนักเรียนมากี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว เด็กในรูปบางคนเคยขึ้นรถพี่ด้วยซ้ำ ทำไมพี่จะไม่รู้ล่ะ

MN: แล้วพี่ตู้มีความคิดเห็นยังไงกับข่าวนี้บ้างครับ?

จริง ๆ มันก็ไม่ได้น่าแปลกใจเท่าไหร่สำหรับพี่ เด็กโรงเรียนนี้มันเก่ง ๆ กันอยู่แล้ว ใคร ๆ เค้าก็ว่ากัน ได้เป็นหมอเป็นวิศวะกันเยอะแยะอยู่ทุกปีไม่ใช่เหรอ เด็กพวกนี้มันขยันเรียนพิเศษกันน่ะสิ มันเลยเก่ง ช่วงบ่ายโมงบ่ายสองนี่ออกมาเดินกันเต็มสยามแล้วนะ ไปเข้าเรียนพิเศษกัน บางคนก็มาขึ้นรถพี่ไปตึกวรรณสรณ์ พี่เคยแอบถาม บางคนเลิกเรียนตั้งสามทุ่ม อย่างงี้มั้งเลยได้เป็นหมอกันหมด  แต่ไอ้เด็กพวกนี้ก็ดูน่าเป็นห่วงเหมือนกัน

MN: น่าเป็นห่วงเรื่องไหนยังไงครับ?

ชีวิตเด็กพวกนี้มันดูมีแต่เรื่องเรียนพิเศษ วัน ๆ มีแต่ติว มีแต่เรียนนั่นเรียนนี่ โต ๆ ไปอาจจะกลายเป็นคนเก่งแต่ในตำรา เป็นพวกนักวิชาการ รู้แต่อะไรที่เรียนมา มีหลักวิชานั่นนี่เต็มไปหมด แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ สมมุติเป็นหมอ ก็สั่งยาตามตำราอย่างเดียว ไม่สนใจปัญหาคนไข้ อันนี้แหละน่าเป็นห่วง เพราะบางคนมันก็ไม่ได้อยากเป็นหมอนะ ที่โดนพ่อแม่บังคับมาเรียนก็มี กลัวอายเพื่อนเลยต้องไปติวกับเค้าบ้างก็มี

MN: พี่ตู้คิดว่าทำไมเด็กถึงโดนบังคับให้เป็นหมอล่ะครับ?

อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจนะ น้องบางคนมันเคยบอกพี่ว่าไม่ได้อยากเป็นหมอเท่าไหร่ แต่ขัดพ่อแม่ไม่ได้ ก็อย่างว่าแหละ พ่อแม่เค้าก็อยากให้ลูกสบาย อาชีพหมอมันรวย ใคร ๆ ก็รู้ มันก็คงเป็นเหมือนเทรนด์ เหมือนอะไรที่มันฮิต ๆ กันอ่ะ บางคนอาจจะอยากทำอาชีพอื่น อยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักเขียนนิยาย อยากสร้างหนัง แต่ใจมันก็สู้ความกดดันจากรอบ ๆ ตัวไม่ไหว น่าสงสารมันเหมือนกันนะ

MN: แล้วถ้าเด็กมาสอบหมอเยอะมาก ๆ แบบนี้ พี่ตู้คิดว่ามันมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ?

พี่ว่าให้คนมาเป็นหมอเยอะขึ้นมันก็ดีนะ พี่เห็นข่าวเด็กโรงเรียนนี้เค้าติดหมอกันแทบจะยกโรงเรียนอยู่ทุกปี แต่หมอก็ยังไม่พอกับจำนวนคนป่วยซักที เวลาพี่ไปโรงพยาบาลรัฐทีไรนี่นะ โอ้โห แทบจะรอกันข้ามวันข้ามคืน แทบไม่ได้ขี่รถเลยล่ะวันนั้น แถวบ้านพี่ที่ต่างจังหวัดนี่หนักกว่าอีก มีหมอคนสองคน รอคิวรอตรวจกันนานเลย แต่ถ้าเด็กมันแห่มาสอบกัน แล้วมันติดกันยกห้องยกโรงเรียนแบบนี้ เราก็คงจะมีหมอเยอะขึ้น พี่ว่ามันก็น่าจะดีนะ ถ้ามันจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

MN: แล้วข้อเสียล่ะครับ?

จะว่ายังไงล่ะ เหมือนมันทำให้ชีวิตคนเมืองกับคนชนบทยิ่งต่างกันมากขึ้นอ่ะ อย่างพอโรงเรียนนี้เป็นข่าวว่าเด็กสอบติดหมอกันยกห้อง ไอ้พวกเด็กต่างจังหวัดที่มันพอจะมีโอกาส มันก็แห่มาสมัครสอบเข้ากัน เห็นมั้ยล่ะ แต่ละปี สอบที่อิมแพคใช่มั้ย คนล้นคนแน่นทุกปี พอเป็นอย่างงี้ โรงเรียนต่างจังหวัดนี่แทบไม่มีใครเหลียวแล งบเอยอะไรเอยจากกระทรวงก็มาลงโรงเรียนดัง ๆ หมด แล้วลองคิดดู เด็กที่มันไม่มีโอกาสไม่รู้จะหาทางยังไง ก็อยู่กับโรงเรียนของมันที่ไม่มีใครสนใจต่อไป เด็กเก่ง ๆ ก็เข้ามาเรียนมาทำงานกรุงเทพฯกันหมด ต่างจังหวัดก็อยู่กันไปตามยถากรรม

อีกอย่างนึง พี่ว่าไอ้พวกเด็กโรงเรียนนี้ที่สอบหมอเรียนหมอมันก็ลูกคนรวยทั้งนั้น ไม่งั้นจะเอาเงินที่ไหนมาเรียนพิเศษได้เยอะแยะ บางคนเป็นลูกหมอด้วยซ้ำ เรียนแพทย์กันทั้งตระกูลก็มี ทีนี้ มันก็รวยกันอยู่แค่นั้น พวกเด็กลูกคนทั่วไปที่ไม่มีโอกาส โตไปมันก็จะจน จะไม่มีโอกาสเหมือนพ่อแม่มันนั่นแหละ สงสารพวกเด็กบ้านนอกเหมือนกันนะ อย่างหลาน ๆ พี่ที่ต่างจังหวัด บางคนมันก็อยากเป็นหมอกับเค้าเหมือนกัน แต่ก็ยังได้แต่คิด

MN: นอกจากความเหลื่อมล้ำพวกนี้แล้ว พี่ตู้มองว่าการที่มีคนอยากเป็นหมอกันเยอะ มาสอบกันเยอะมีอะไรเป็นปัญหาอีกมั้ยครับ?

อืม พี่ว่าพอจำนวนคนมาสอบมันเยอะ แล้วสอบกันได้เยอะ มันก็ยิ่งมีคนหลากหลายแบบเข้าไปเป็นหมอ ถูกมั้ย คนมันก็จะมาปน ๆ กัน ก็คงมีทั้งเด็กที่ตั้งใจมาเป็นหมอจริง ๆ อยากดูแลใส่ใจคนไข้คนป่วย แต่บางคนก็อาจจะคิดเรื่องเงินเดือนมาเสร็จสรรพตั้งแต่สอบติด มันเก็งกำไรกันมาแล้ว ยิ่งไอ้พวกเรียนเก่ง ๆ นี่ยิ่งน่ากลัวนะ เห็นข่าวอยู่บ่อย ๆ หมอแอบเอาอวัยวะคนไข้ไปขายมั่ง เลี้ยงไข้มั่ง โก่งค่ารักษา บางคนก็จ่ายยาให้มั่ว ๆ ไม่รู้ว่าหมอไม่ดีพวกนั้นมันจบจากโรงเรียนนี้ไปมั่งรึเปล่าเนอะ (หัวเราะ)

MN: แล้วถ้าเด็กสนใจจะเป็นหมอกันหมด จะทำให้อาชีพอื่น ๆ ขาดแคลนคนทำงานมั้ยครับ?

พี่ว่าก็มีส่วนนะ ใคร ๆ ก็อยากจะเป็นหมอ เมืองไทยเราเลยไม่ค่อยมีคนที่เก่ง ๆ ระดับโลกในเรื่องอื่น ไม่มีผู้กำกับหนังดัง ๆ ไม่มีนักออกแบบเจ๋ง ๆ ไม่มีครูเก่ง ๆ หรือมี แต่ก็ยังมีน้อยอยู่ แต่พี่ว่า เรื่องนี้จะไปโทษเด็กมันก็ไม่ถูกเท่าไหร่ ต้องโทษคนอื่นอย่างอื่นที่มาบอกให้มันแห่ไปเป็นหมอกันหมดด้วย วงการอื่นเลยเหมือนไม่มีคนเก่ง ๆ กันเท่าไหร่ เพราะคนเก่ง ๆ ไปเป็นหมอกันหมดอย่างงี้มั้ง ถึงไม่มีคนเก่ง ๆ มาบริหารประเทศ (พี่ตู้หัวเราะ ทีมงานก็หัวเราะด้วยเหงื่อออกด้วย และเริ่มมองซ้ายมองขวา)

MN: แล้วปัญหาทั้งหมดที่พี่ตู้พูดมาเนี่ย คิดว่าเราจะแก้ไขมันยังไงดีครับ?

เรื่องพวกนี้มันยากนะ พี่ว่ามันเป็นเหมือนปัญหาที่มีหลายสาเหตุอ่ะ เราแก้จุดนั้นได้ จุดนี้อาจจะยังไม่รู้จะแก้ยังไง ทางที่ดีเราอย่าเพิ่งมองมันเป็นปัญหาใหญ่โตดีกว่า อย่างน้อยมันก็ยังมีข้อดีใช่มั้ยล่ะ ส่วนเรื่องทางแก้ต่อไปในอนาคตก็คงต้องฝากพวกเด็ก ๆ รุ่นใหม่ช่วยกันคิดนี่แหละ

MN: งั้นให้พี่ตู้ฝากอะไรกับเด็กรุ่นใหม่ทิ้งท้ายไว้หน่อยครับ

เอาเป็นว่าใครที่อยากเป็นหมอจริง ๆ น่ะก็ตั้งใจให้ดี สอบเข้าได้แล้วก็ไปตั้งใจเรียน จบมาแล้วก็ขอให้เป็นหมอที่ดี ไม่เลือกคนไข้ ไม่หากินกับคนป่วยนะ สนใจชนบทบ้านเรากันด้วย คนต่างจังหวัดยังต้องการหมอดี ๆ หมอเก่ง ๆ อีกเยอะ

ส่วนใครไม่อยากเป็นหมอ ตั้งใจอยากจะทำอย่างอื่นจริง ๆ ก็อย่ายอมให้ใครบังคับเกินไปแล้วกัน คิดดี ๆ ชีวิตมันก็เป็นของเรา ถ้าเราไปเรียนหรือไปทำงานที่เราชอบจริง ๆ เราอาจจะเป็นคนเก่งที่สุดในทางนั้นก็ได้ บ้านเรายังต้องการคนเก่งอีกหลายเรื่องนะ ยังไงก็ขอให้ทุกคนโชคดี แล้วแวะมานั่งรถพี่ตู้ได้เสมอครับ

ก็จบไปแล้วนะครับ สำหรับประเด็นเรื่อง ติด ‘หมอ’ ยกห้อง หวังว่าเรื่องราวทั้งตอนแรกและตอนที่สองนี้จะทำให้น้อง ๆ ที่ได้มาอ่านเข้าใจความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ดีกว่าเดิม และได้มองเรื่องนี้ในมุมมองที่หลากหลายกว่าเก่า

ครั้งหน้า Meganerd จะตามไปสัมภาษณ์ใครในเรื่องอะไรอีกมั้ย จะสัมภาษณ์แบบเล่น ๆ หรือแบบจริง ๆ หรือจะมีเรื่องราวอะไรมาให้อ่านกันอีก อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ

เพิ่มเพื่อน