เด็ก”เรียนพิเศษ”

เรียนพิเศษ เรียนไปทำไม เรียนแบบไหน ยังไงดี ?

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สมัยนี้การ “เรียนพิเศษ” นั้นสำคัญพอ ๆ กับการเรียนในโรงเรียนเลยทีเดียว สำหรับบางคน อาจจะรู้สึกว่าสำคัญมากกว่าซะด้วยซ้ำ ทำให้เด็กไทยส่วนใหญ่เรียนพิเศษกันเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับเป็นกิจกรรมหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นวัยเรียนที่ทุกคนต้องเคยทำ ไม่ต่างจากการทำกีฬาสีอย่างเอาเป็นเอาตาย หรือการตัดผมเกรียนไปเรียน ร.ด.

แม้ว่าความนิยมในการเรียนพิเศษที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะชวนให้ตั้งคำถามถึงความสำเร็จหรือล้มเหลวของระบบการศึกษาในโรงเรียนไทย แต่เราคงไม่มีความสามารถพอจะตอบได้อย่างชัดเจนในเรื่องนี้ สิ่งที่เราอยากจะชวนเด็ก ๆ ทุกคนมาร่วมกันตั้งคำถามและหาคำตอบให้ได้ ก็คือ ในฐานะของเด็กเรียนพิเศษ เราเรียนพิเศษกันไปทำไม ? เรียนแล้วมันได้อะไรบ้าง ? แล้วการเรียนที่มันจะ “ได้อะไร” ต้องเป็นแบบไหนยังไงดี ?

อย่างที่บอกแหละครับ เด็กไทยส่วนใหญ่เรียนพิเศษกันทั้งนั้น เชื่อว่าถ้าถามเด็กไทย 100 คน 85 คนจะเป็นเด็กที่เรียนพิเศษ แต่จุดที่น่าคิดต่อก็คือ ใน 85 คนนี้ แต่ละคนเรียนพิเศษด้วยเหตุผลอะไรกันบ้าง ?

เหตุผลของแต่ละคนคงคล้าย ๆ กัน ประมาณว่า เรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียนหรือบังคับให้เรียน กลัวลูกจะตามเพื่อนไม่ทัน บางคนสมัครเรียนตามเพื่อน คิดว่าอยู่กับเพื่อนก็คงสนุกดี บางคนก็ร้ายหน่อย ใช้โรงเรียนสอนพิเศษเป็นแหล่งส่องหญิง เหล่ผู้ชาย อะไรทำนองนั้น ในขณะที่หลาย ๆ คนอยากเรียนเอง สมัครมาเรียนเพราะคิดว่าจะได้เข้าใจบทเรียนเพิ่มขึ้น ได้คะแนนดีขึ้น หรือสอบเข้าได้อย่างที่ตั้งใจ

ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันแบบนี้ เด็กแต่ละคนก็เลยมาเรียนพิเศษด้วยพฤติกรรมที่ต่างกันไป บางคนมานั่งเล่น ๆ รอให้หมดเวลา จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนต่อ บางคนก็มานั่งคุยกับเพื่อนเหมือนไม่เคยเจอกัน ทั้งที่เจออยู่ทุกวัน บางคนไม่ได้สนใจบทเรียนหรือคนสอนเท่าไหร่ สนใจแต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่มุมห้องห่างออกไปมากกว่า เด็กเหล่านี้อาจจะไม่ได้เรียนรู้หรือเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้น ซึ่งพวกเขาบางคนไม่ได้สนใจในจุดนั้นอยู่แล้ว แต่หลาย ๆ ครั้ง เด็กเหล่านี้ก็มีส่วนรบกวนการเรียนของเด็กที่ตั้งใจอยากเรียนจริง ๆ อยู่พอสมควร แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อนร่วมห้องเรียน สถาบันสอนพิเศษก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่จะส่งผลบวกหรือลบต่อการเรียนพิเศษของเด็กซักคน บางสถาบันเน้นสาระอัดแน่น แต่เด็กหลายคนก็ตามไม่ทัน บางสถาบันเน้นความบันเทิงสนุกสนาน เด็กก็อาจจะได้แต่นั่งหัวเราะและฟังบทเรียนผ่าน ๆ เหมือนมานั่งดูทอล์กโชว์ และสิ่งหนึ่งที่สถาบันหลายแห่งเป็นเหมือนกัน คือใช้ระบบการเรียนผ่านวีดิโอเป็นหลัก บางที่ให้ดูทางทีวีพร้อมกันทั้งห้อง บางที่ให้นั่งดูหน้าคอมคนเดียว เรื่องนี้ทำให้เด็กหลายคนตัดสินใจไม่เรียนพิเศษ เพราะคิดไม่ออกว่าจะได้อะไรจากการนั่งดูจอ ถ้าเข้าใจก็เข้าใจอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกรึเปล่า ยิ่งถ้าสงสัยก็คงต้องสงสัยอยู่คนเดียว ไม่รู้จะถามหาคำตอบจากใคร

แล้วถ้าเราได้เรียนพิเศษกับคนสอนแบบตัวต่อตัว หรือมีเพื่อนร่วมห้องแค่กลุ่มเล็ก ๆ แล้วมีคนสอนมาอยู่ตรงหน้าเลยล่ะ มันจะเป็นยังไง มันจะดีกว่าการเรียนผ่านวีดิโอในห้องเรียนใหญ่มั้ย ?

ถ้าเราสามารถถามทุกอย่างที่เราสงสัย ยกมือบอกได้ทุกครั้งที่เราตามบทเรียนไม่ทัน เราจะเข้าใจบทเรียนได้มากขึ้นมั้ย ?

ถ้าห้องเรียนขนาดเล็ก หมายถึงการที่ผู้สอนกับผู้เรียนสนใจกันและกันได้อย่างไม่ตกหล่น ผู้สอนสามารถดูแลผู้เรียนทุกคนได้อย่างทั่วถึง เงินที่เราเสียไปตอนจ่ายค่าสมัครเรียน มันจะคุ้มค่าขึ้นมั้ยนะ ?

ถ้าอยากรู้ว่าการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัว หรือแบบกลุ่มเล็กจะเป็นยังไง จะมีประโยชน์หรือคุ้มค่ามากกว่าการเรียนพิเศษแบบอื่น ๆ จริงหรือไม่ ก็ลองสมัครมาเรียนที่ Meganerd ได้เลย

แล้วจะรู้ว่าที่นี่ เราจะทำให้การเรียนพิเศษ มัน “พิเศษ” ได้ยังไง


เพิ่มเพื่อน