เปิดเทอม “สิงหา” น่าอิจฉาหรือน่าเห็นใจ

เปิดเทอม “สิงหา” น่าอิจฉาหรือน่าเห็นใจกันแน่

ณ ตอนนี้ น้อง ๆ ประถมมัธยมแทบทุกคนคง เปิดเทอม กันหมดแล้ว ผ่านสัปดาห์แรกของเทอมใหม่ในโรงเรียนเข้าสู่สัปดาห์ที่สองกันเป็นที่เรียบร้อย เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ?

หลายคนส่ายหน้าทำท่าเบื่อหน่าย เพราะกำลังเพลินกับวันหยุดสบาย ๆ ช่วงปิดเทอมก็ต้องกลับมาเรียนกันอีกแล้ว บางคนบ่นอิจฉาพวกเด็ก ม.6 ที่มีเวลาว่างไปถึงเดือนสิงหาในระหว่างรอเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งหลาย ๆ คนก็มีที่เรียนกันหมดแล้ว เลยขยันอัพรูปไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ หรือนอนชิล ๆ อยู่บ้านให้รุ่นน้องได้อิจฉากันอย่างเต็มที่

ก่อนที่เด็กมัธยมจะน้อยอกน้อยใจ และเด็กที่กำลังจะเข้ามหาลัยจะดีใจและได้ใจไปมากกว่านี้ เราลองมาดูกันดีกว่า ว่านอกจากการหยุดยาว 5 เดือนในช่วงก่อนเข้าปีหนึ่งแล้ว ระบบการเปิด – ปิดภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยไทยในปัจจุบันนี้มันดีพอให้น่าอิจฉารึเปล่า?

จากแต่เดิมที่มหาวิทยาลัยจะเปิดและปิดเทอมช้ากว่าโรงเรียนประถมและมัธยมอยู่ประมาณหนึ่งเดือน ทุกวันนี้ มหาวิทยาลัยไทยเริ่มเรียนเทอมหนึ่งกันในเดือนสิงหาคม จบเทอมในเดือนธันวาคม จากนั้นจึงเปิดเทอมสองในเดือนมกราคม และปิดเทอมใหญ่ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นอย่างนี้มาประมาณ 2 – 3 ปีแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า ไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน จึงต้องจัดการให้มหาวิทยาลัยทั่วอาเซียนเปิดเทอมปิดเทอมตรงกัน เพื่อให้สะดวกต่อการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการ

ดู ๆ ไป ระบบการเปิดเทอมแบบนี้ก็ไม่น่าจะสร้างผลเสียอะไรเท่าไหร่ เพราะนิสิตนักศึกษาก็ต้องเรียนกันประมาณ 5 เดือนเหมือนเดิม แค่ปรับเปลี่ยนเวลานิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่…ถ้าลองคิดดี ๆ และจากประสบการณ์ที่พี่เคยผ่านมา การเปิด – ปิดเทอมตามระบบนี้ มีข้อเสียมากมาย แบบที่น้อง ๆ มัธยมจะต้องเปลี่ยนความอิจฉาเป็นความเห็นใจกันเลยแหละ

ข้อแรก เรื่องของสภาพอากาศ แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบมากที่สุด ระบบการเปิดเทอมแบบนี้จะทำให้นิสิตนักศึกษาทั้งหลายต้องเดินทางเหงื่ออาบหน้ามาเรียนกันในหน้าร้อนช่วงเดือนมีนา – เมษา ซึ่งเราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าหน้าร้อนเมืองไทยมีความรุนแรงระดับไหน ร้อนระดับหน้าไหม้ ร้อนเหมือนโลกเราอยู่ติดดวงอาทิตย์และหันข้างที่เป็นประเทศไทยเข้าหาดวงอาทิตย์ นั่นแหละครับ ร้อนขนาดนี้ แต่เราก็จะต้องตื่นเช้ามาเรียน ฝ่าฟันการจราจรที่สุดแสนจะคล่องตัว และมาเดินอยู่ในมหาวิทยาลัยให้ตัวเปียกเหงื่อชุ่มชื้นไปถึงจั๊กแร้ ยิ่งถ้าช่วงนั้นมีสอบหรือมีควิซอะไรกันด้วยนะ โอ้โห คงมีความสุขมีสมาธิกันน่าดูเลย!!

เท่านั้นยังไม่พอ การเปิดปิดเทอมแบบนี้ยังทำให้เราต้องผจญภัยกับหน้าฝนอีกด้วย ฝนจะเริ่มทักทายนิสิตนักศึกษาใหม่ตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมหนึ่งลากยาวมาจนเกือบจบเทอม และแวะมาเยี่ยมเยียนอีกครั้งอย่างหนักหน่วงในช่วงก่อนจบเทอมสอง ตัวเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า หนังสือบวมน้ำ น้ำเข้ารองเท้า โทรศัพท์พัง ไปจนถึงน้ำเอ่อท่วมจนมหาวิทยาลัยกลายเป็นทะเลน้อย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อาจจะต้องเจอแน่ ๆ  ในช่วงหน้าฝน เราอาจจะได้เห็นภาพเด็กมหาลัยถอดรองเท้าเอามาถือไว้ และเดินลุยน้ำระดับครึ่งเข่ากลับบ้านกันเป็นกลุ่มบ้าง เป็นคู่บ้าง หรือไม่ก็เดินคนเดียวเท่ ๆ

ข้อต่อมา ถ้าสังเกตดี ๆ ในช่วงเดือนมกราถึงเดือนพฤษภา เทอมสองของเด็กมหาลัย เป็นช่วงที่มีวันหยุดเยอะมากกกกก เริ่มตั้งแต่ปีใหม่ มาฆบูชา สงกรานต์ วันพืชมงคล วันวิสาขบูชา ซึ่งทำให้การเรียนการสอนขาดความต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจจะคิดว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย ต่อเนื่องไม่ต่อเนื่องก็ช่าง มีวันหยุดเยอะ ๆ ก็ต้องดีอยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริง วันหยุดที่มากมายนี้จะทำให้อาจารย์หลายท่านต้องสอนให้ทันตามหลักสูตร ก็เลยต้องสอนกันอย่างรวดเร็วและเร่งรีบ นิสิตนักศึกษาก็ตามทันบ้างไม่ทันบ้าง ขาดไปคาบนึง กลับมาอีกทีอาจารย์สอนจบไปแล้วสองบท บางทีก็ต้องนัดเรียนเพิ่มกันวันเสาร์อาทิตย์ ใครไม่ว่างมาก็ไม่เป็นไร แต่เช็คชื่อนะ หรืออาจารย์บางท่านอาจจะใจดี สอนเท่าที่สอนทัน ได้แค่ไหนแค่นั้น แต่ออกข้อสอบเกินกว่าที่สอนเพราะมันอยู่ในหลักสูตร นิสิตนักศึกษาไปหาอ่านกันเอาเองนะ เจอกันคาบหน้า วันนี้เลิกคลาสได้!!

เป็นไงล่ะ ยังอิจฉาพวกเด็กมหาลัยกันอยู่มั้ย?

พวกเด็ก ม.6 ที่มีความสุขกันอยู่ตอนนี้ รู้แล้วใช่มั้ยว่ามีชีวิต “ดี๊ย์ดีย์” รออยู่ในรั้วมหาลัย?

แต่…สิ่งที่น่าคิดต่อก็คือ ในเมื่อประเทศเราประสบปัญหาแบบนี้ แล้วประเทศอื่นในอาเซียนที่เค้าเปิดเทอมตามระบบเดียวกันเนี่ย เค้าเจอปัญหา เจอความยากลำบากแบบเดียวกับเราบ้างมั้ย ถ้าประสบปัญหาเหมือนกัน เราก็น่าจะตกลงร่วมกันและปรับเปลี่ยนการเปิดเรียนให้มันเหมาะสมกว่านี้ได้

ห้ะ!! อะไรนะ มหาวิทยาลัยของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนไม่ได้เปิดเทอมปิดเทอมพร้อมเราหรอกเหรอ!?!?

สิงคโปร์ บรูไน และลาวเปิดเทอมหนึ่งในเดือนมกรา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กับพม่าเปิดตอนมิถุนา ส่วนอินโดนีเซียเปิดเทอมเดือนกรกฎา เวียดนามเปิดกันยา ส่วนกัมพูชาเปิดเทอมตุลา แล้วแต่ละประเทศก็ยังมีระบบปิดเทอมเปิดเทอม และระบบของภาคการศึกษาที่แตกต่างกันพอสมควรด้วย

อ้าว แล้วนี่เราปรับเปลี่ยนเปิดเทอมตามใครล่ะเนี่ย? ยัง ๆ อย่าเพิ่งงงกัน มีเรื่องให้งงกว่านี้อีกครับ

มีข่าวแว่ว ๆ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้กำลังทบทวนระบบเปิด – ปิดภาคเรียน และอาจจะกลับไปใช้ระบบเดิมที่เปิดเทอมในเดือนมิถุนา เพราะเห็นว่ามีผลเสียมากกว่าผลดี (เสียงในหัว: ก็เออสิวะ!! เพิ่งรู้รึไง)

แล้วไหนว่าจะรวมตัวกัน เปิดเทอมให้ตรงกันเพื่อสร้าง Connection ระหว่างมหาลัยในประเทศกลุ่มอาเซียนไง ไหนล่ะความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการที่ว่า อ้าวเห้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา

เรื่องนี้จะจบยังไงก็ไม่รู้ เราจะเปลี่ยนกลับไปเปิดเทอมแบบเดิมมั้ย หรือเราปิดเทอมกันช่วงไหนยังไง

แต่ที่รู้ก็คือ ตราบใดที่คนออกกฎนึกจะปรับเปลี่ยนอะไรก็ได้ตามที่คิด โดยไม่ได้ถามความเห็นของคนที่ต้องทำตามและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ไม่ถงไม่ถามสุขภาพกันซ้ากกกคำ เรื่องราวในสังคมแบบไทย ๆ มันก็คงจะเป็นอย่างงี้กันต่อไป

เพิ่มเพื่อน