4 วิธีเลือกคณะ เลือกดีๆ ไม่ต้องมีปีหน้า

เชื่อว่า ถ้าถามน้อง ๆ มัธยมว่า

“เป้าหมายของตัวเองตอนนี้คืออะไร ?”

น้องหลายคนคงจะมีคำตอบเป็นอาชีพในฝัน อย่างเช่นแอร์โฮสเตส วิศวกร อัยการ หรือนายกรัฐมนตรี (?!) บางคนอาจจะอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะสนใจแค่ว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี แต่ถ้าลองเปลี่ยนคำถามเป็น “จบมัธยมแล้ว อยากเข้าคณะอะไร ?” น้อง ๆ ส่วนมากคงมีคณะดี ๆ ซักคณะในมหาวิทยาลัยชั้นนำซักแห่งเป็นคำตอบในใจกันหมดแล้ว

ก็แน่ล่ะสิ การเข้าเรียนในคณะดี ๆ ให้ได้เป็นความมุ่งหวังของเด็กมัธยมแทบทุกคน เพราะมันเป็นถือขั้นบันไดความสำเร็จขั้นแรก ๆ ของชีวิต ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจและดีใจของทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง การได้เรียนในคณะดี ๆ ที่เราหวังไว้ ยังเป็นเสมือนปลายทางที่สวยงามของชีวิตในรั้วโรงเรียน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะสามารถกำหนดเส้นทางในอนาคตของเราได้เลยทีเดียว

ทุก ๆ ปี เมื่อถึงช่วงเวลายื่นคะแนนเลือกคณะ ก็จะมีหลายคนที่สมหวัง แฮปปี้ดี๊ด๊ากับความสำเร็จกันไป แต่อีกหลายคนที่ผิดหวัง ก็ได้แต่นั่งน้ำตาซึม หรือบางคนก็กึ่ง ๆ ว่าจะไม่สมหวัง เพราะได้คณะที่ไม่ได้อยู่ในใจเป็นอันดับหนึ่ง น้อง ๆ หลายคนในกลุ่มนี้ก็อาจจะพร้อมใจกันสถาปนาตัวเองเป็น “เด็กซิ่ว” และเริ่มนับถอยหลังรอวันยื่นคะแนนปีหน้าทันที

จริง ๆ แล้วการซิ่วก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไรหรอก แต่…จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราไม่ต้องเสียเวลาไปเป็น ปี ๆ แล้วจบช้ากว่าเพื่อน หรือเสียเงินค่าเทอมให้คณะที่ไม่ได้อยากเข้าซักเท่าไหร่ แล้วทนเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ แทนที่จะได้เริ่มชีวิตเฟรชชี่อย่างมีความสุข เด็กซิ่วบางคนอาจจะเถียงว่า “ก็ไม่ได้อยากซิ่ว แต่คณะที่เลือกมามันไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา #อ้าวเฮ้ย” อืมมม อันนี้ก็น่าเห็นใจ
งั้นเอาอย่างนี้ละกัน Meganerd ภูมิใจเสนอ !!! 4 วิธีเลือกคณะ เลือกดีๆ ไม่ต้องมีปีหน้า ป่ะ ไปดูกันเลย

“…แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง”

วิธีแรกที่อยากแนะนำให้น้อง ๆ ทุกคนทำกัน นั่นก็คือการลองค้นหาตัวเองเพื่อ หาสิ่งที่ชอบ คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้เรียนได้อยู่กับสิ่งที่ชอบอีกแล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่ควรเริ่มทำเพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่การคิดว่าจะไปลงเรียนพิเศษที่ไหน หรือการหาข้อสอบย้อนหลัง 10 ปีมาทำอย่างบ้าคลั่ง แต่คือการหาตัวเองให้เจอว่าเราชอบอะไร สนใจอะไรเป็นพิเศษ ถนัดด้านไหน ทำอะไรแล้วมีความสุข ลองนึกถึงอะไรซักอย่างที่เราทำได้โดยไม่เบื่อสิ นั่นแหละใช่เลย !! แต่ถ้าใครยังคิดไม่ค่อยออก ก็ลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนให้มากขึ้นหน่อย สนใจเนื้อหาที่เรียนให้มากขึ้นอีกนิด เพราะสิ่งเหล่านี้จะบอกได้เป็นอย่างดีว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่ถ้ายังไม่เวิร์ก ทำแล้วยังงง ๆ อยู่ งั้นลองทำพวกแบบสอบถามวัดความถนัดดูบ้าง อาจจะช่วยให้เห็นภาพสิ่งที่ชอบและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ซึ่งแบบสอบถามพวกนี้ก็หาโหลดจากอินเตอร์เน็ตได้สบาย ๆ

“…ถ้าเธอต้องการคำอธิบาย แต่ไม่เคยลองไปค้นให้พบแล้วมันจะดีมั้ย ?”

พอเริ่มรู้แล้วว่าสิ่งที่เราชอบและสนใจคืออะไร ขั้นต่อไปก็คือการ หาคำตอบและข้อมูล ต่าง ๆ ว่าจากสิ่งที่เราชอบ คณะไหนควรจะเป็นคำตอบของเรา จากสิ่งที่เราถนัดเราจะไปเรียนอะไรได้บ้าง คิดมาหลาย ๆ ตัวเลือกก่อนก็ได้ แล้วลองไปหาข้อมูลของคณะที่เลือกมาแล้ว ว่าแต่ละที่เค้าเรียนอะไรกันบ้าง เรียนเกี่ยวกับอะไร ใช่สิ่งที่เราชอบหรือสนใจมั้ย ข้อมูลพวกนี้อาจจะลองหาอ่านจากเว็บไซต์ของคณะ ซึ่งมักจะมีรายละเอียดหลักสูตรอธิบายอยู่ว่าคณะนี้เรียนอะไรยังไง หรือลองปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ คุณครูแนะแนว ถ้าใครมีรุ่นพี่ที่เรียนในคณะที่เราสนใจก็จะยิ่งดีมาก ๆ เพราะจะทำให้เราได้ข้อมูลจากคนที่มีประสบการณ์ตรง หรือจะลองไปงานพวก Open House ที่จัดตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้วสอบถามข้อมูลมาก็ยังได้ ทีนี้ เราก็ลองเอามานั่งคิดนอนคิดดูว่า คณะไหนมหาวิทยาลัยไหนน่าจะเหมาะกับเราที่สุด

“…ถึงตอนสุดท้ายไม่เป็นอย่างฝัน มันไม่มีอะไรสวยงาม”

เมื่อมีคณะที่อยากเข้าเป็นคำตอบในใจแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นตอนสำคัญมาก ๆ ขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้เราเลือกคณะได้แบบไม่ต้องคิดซิ่ว ก็คือการ ถามตัวเองให้ดี ว่าเราจะอยู่กับสิ่งที่เราเลือกไปได้ตลอดรอดฝั่งในระยะเวลา 4-6 ปีมั้ย หรือบางที ถ้าต้องอยู่กับสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต เราแน่ใจรึยัง ? ชีวิตมหาวิทยาลัยมันโหดกว่าการเรียนมัธยมหลายเท่าจริง ๆ นะ แต่การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้เรียนในสิ่งที่สนใจเนี่ยแหละ ที่จะทำให้เราผ่านความเหนื่อยความยากตรงนั้นมาได้ อยากให้เลือกคณะเพราะเราชอบและสนใจอยากจะเรียนจริง ๆ อย่าเลือกตามใจพ่อแม่ เลือกตามเพื่อน เลือกเพราะไม่รู้จะเลือกอะไร หรือเลือกเพราะเห็นว่าจบคณะนี้แล้วจะรวย ทำงานสบาย เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องเรียนให้จบ ต้องเจอกับบททดสอบสารพัดรูปแบบในรั้วมหาลัยก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่พ่อแม่ และเพื่อนก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนเรื่องงานสบายที่ทำง่าย ๆ แล้วรวยก็ลืมไปได้เลย มันมีที่ไหนล่ะ !!

เพราะฉะนั้น อยากให้ลองถามตัวเองกันดูให้ดี ถามซ้ำหลาย ๆ ครั้งก็ได้ว่าเราอยากใช้ชีวิต 4-6 ปีข้างหน้าไปกับอะไร มันใช่สิ่งที่เราชอบ และเราพร้อมจะพยายาม ไม่ว่ามันจะยากลำบากแค่ไหนรึเปล่า ส่วนใครที่มาถึงขั้นนี้แล้วยังหาไม่เจอว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ ก็ลองเลือกจากสิ่งที่ไม่ชอบน้อยที่สุดดูก่อนก็ได้ แล้วลองค่อย ๆ ใช้ข้อมูลและเหตุผลของตัวเองตัดสินใจดูอีกทีนะ

“…จะหนาวเหน็บ หนาวเพียงไหนจะฝ่าไป”

เมื่อได้คณะในดวงใจที่อยากเข้า ทีนี้ก็คงถึงเวลา ทุ่มเต็มที่ใส่เต็มแรง กันแล้ว นั่นก็คือการทุ่มเทและพยายามให้สุดความสามารถเพื่อพิชิตเป้าหมายคณะในฝันของเรา จะใช้วิธีอ่านหนังสือแต่เนิ่น อ่านเต็มสูบในโค้งสุดท้าย แบ่งเวลาอ่านตอนเช้ามืด เข้าค่ายติวค่ายนู้นค่ายนี้ หรือจะสมัครเรียนพิเศษที่ไหนยังไงก็แล้วแต่เราเลย ขอแค่บอกตัวเองว่าเราจะพยายามกับมันอย่างเต็มที่ ให้มันสำเร็จกันไปในปีนี้ปีเดียว ไม่สนไม่หวังไม่รอซิ่วปีหน้าหรือปีไหน ๆ ทั้งนั้น !!

หวังว่าขั้นตอนทั้ง 4 ที่ว่ามานี้จะเป็นประโยชน์กับน้อง ๆ ที่กำลังสับสนหรือยังไม่ค่อยแน่ใจกับการเลือกคณะ พี่เชื่อว่าใคร ๆ ก็คงอยากเหนื่อยกับการสอบเข้ามหาลัยแค่ครั้งเดียวนั้น ยังไงก็ขอให้น้อง ๆ เริ่มหาสิ่งที่ชอบ หาคำตอบและข้อมูล จากนั้นก็ลองถามตัวเองให้ดี แล้วก็อย่าลืมทุ่มเต็มที่ใส่เต็มแรง พยายามกันให้สุด ๆ ไปเลยนะครับ
สุดท้ายนี้ พี่ ๆ Meganerd ทุกคนขอให้น้อง ๆ โชคดี และ

“…ขอให้เธอไปได้ดี กับทางของเธอ”

เพิ่มเพื่อน